บทที่ 2 ระยะห่างที่เคยชิน
ห้องประชุมเงียบลงหลังจากทุกคนทยอยเดินออกไป
เหลือเพียงธีร์ เคน คุณวรา และนนท์ที่ยังยืนค้างอยู่ใกล้ประตู
คุณวราตบไหล่ธีร์เบา ๆ
“พาเคนไปดูโต๊ะทำงานของแผนกเราหน่อยนะ แล้วก็คุยรายละเอียดเบื้องต้นของโปรเจกต์ด้วย”
แล้วเขาก็รีบเดินจากไปเพราะมีโทรศัพท์เข้า
นนท์ยืนมองทั้งคู่สลับกัน แล้วแอบยกคิ้วให้ธีร์อย่างมีความหมาย
ก่อนจะกระซิบเบา ๆ ใกล้หู
“กูอยู่โต๊ะ กูจะแอบฟังนะ”
แล้วเขาก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว เหลือธีร์กับเคนไว้ตามลำพังกลางห้องประชุมที่ยังเปิดไฟสว่างจ้า
ความเงียบทอดยาวระหว่างทั้งคู่
ธีร์ก้มมองพื้น นิ้วมือขวายุ่งอยู่กับขอบเสื้อเชิ้ตโดยไม่รู้ตัว
ส่วนเคนยังคงยืนมองเขาอย่างไม่วางตา
“จริง ๆ แล้ว…” เคนเป็นฝ่ายพูดก่อน น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่มีความลังเลปนอยู่ “ฉันไม่ได้คิดว่าจะเจอเธอที่นี่”
ธีร์เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
แล้วพยักหน้า
“ฉันก็… ไม่ได้คิดเหมือนกัน”
“เธอดูเปลี่ยนไปน้อยมาก” เคนยิ้มบาง ๆ “ยังใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวเหมือนสมัยเรียนอีก”
ธีร์รู้สึกว่าแก้มตัวเองร้อนขึ้นทันที
เขาหลบตาแล้วพูดเสียงเบา
“แค่… นิสัยเดิม”
เคนหัวเราะคิกเล็กน้อย
เสียงหัวเราะนั้นคุ้นเคยจนธีร์รู้สึกเจ็บที่อก
“พาฉันไปดูแผนกเธอหน่อยได้ไหม” เคนเอ่ยอย่างสุภาพ “หรือว่าเธอไม่ว่าง”
“ว่างครับ” ธีร์รีบตอบ แล้วหันหลังเดินนำทางออกจากห้องประชุมทันที
เขาไม่กล้าหันไปมองเคนที่เดินตามหลังมาห่างกันประมาณหนึ่งก้าว
ระยะห่างนี้
เคยเป็นระยะที่เขายึดถือมาตลอดสมัยมัธยม
ไม่ใกล้เกินไปจนถูกสงสัย
ไม่ไกลเกินไปจนดูไม่สนิท
ตอนนี้เขายังใช้ระยะห่างเดิมโดยอัตโนมัติ
เมื่อเดินถึงพื้นที่ทำงานของแผนกครีเอทีฟ นนท์แกล้งทำเป็นยุ่งกับจอคอมพิวเตอร์ แต่สายตาแอบมองมาทางนี้ตลอด
เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ก็พากันเงยหน้าขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น เพราะลูกค้าคนสำคัญกำลังถูกพาเดินชมออฟฟิศ
ธีร์หยุดตรงโต๊ะของตัวเอง
“นี่โต๊ะผมครับ”
เขาพูดเสียงเรียบ “ส่วนห้องตัดต่อกับห้องพริ้นต์อยู่ทางโน้น”
เคนยืนมองโต๊ะทำงานของธีร์อย่างตั้งใจ
มีปฏิทินเล็ก ๆ วางอยู่ มียางลบรูปหมี กับแก้วกาแฟที่ยังมีคราบกาแฟค้างอยู่
ไม่มีรูปถ่ายส่วนตัวใด ๆ ปรากฏ
“ยังเป็นคนเก็บของเป็นระเบียบเหมือนเดิมเลย” เคนพึมพำ
ธีร์ไม่รู้จะตอบอะไร
เขาแค่ยืนนิ่ง ๆ
เคนหันมามองเขาอีกครั้ง
คราวนี้สายตาอ่อนลงชัดเจน
“ว่างเย็นนี้ไหม”
คำถามนั้นทำให้ธีร์สะดุ้ง
“หา…?”
“กินข้าวด้วยกัน” เคนยิ้ม “ฉันอยากคุยกับเธอมากกว่านี้ เรื่องงานก็ได้ เรื่องอื่นก็ได้”
ธีร์เปิดปากจะปฏิเสธโดยสัญชาตญาณ
แต่คำว่า “ไม่” ติดอยู่ที่คอ
เพราะส่วนหนึ่งของหัวใจที่เขาเก็บซ่อนมานาน กำลังกระซิบเบา ๆ ว่า… อยากไป
“ได้ครับ” ในที่สุดเขาก็ตอบเสียงเบา
รอยยิ้มของเคนกว้างขึ้น
“ดี งั้นเลิกงานแล้วฉันมารอที่ล็อบบี้”
—
เวลา 18.30 น.
ธีร์เดินออกจากลิฟต์ชั้นล่างพร้อมกระเป๋าสะพายข้าง
นนท์ตามมาส่งถึงประตูลิฟต์แล้วกระซิบสุดท้ายว่า
“อย่าทำตัวแปลก ๆ นะเว้ย แล้วเล่าให้กูฟังด้วยว่าคุยอะไรกัน”
ธีร์ไม่ตอบ
แค่โบกมือไล่เพื่อนไป
เคนยืนรออยู่ใกล้เสาหินอ่อนในล็อบบี้
ตอนนี้เขาถอดเสื้อสูทออกแล้วเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนพับถึงข้อศอก มองดูผ่อนคลายกว่าตอนประชุมมาก
เมื่อเห็นธีร์ เขายกมือโบกเบา ๆ
“หิวหรือยัง” เคนถามเมื่อธีร์เดินเข้ามาใกล้
“นิดหน่อยครับ”
“งั้นไปร้านเก่าที่ฉันเคยพาเธอไปตอน ม.6 ไหม” เคนเอ่ยอย่างไม่คิดมาก “ไม่รู้ว่ามันยังเปิดอยู่หรือเปล่า แต่ฉันจำได้ว่าเธอชอบราเมนร้านนั้น”
ธีร์ชะงัก
เขาจำร้านนั้นได้ดี
จำได้แม้กระทั่งว่าวันนั้นเคนสั่งอะไร และตัวเองแอบมองเคนกินข้าวอยู่นานแค่ไหน
“ไปครับ” ธีร์ตอบสั้น ๆ
ทั้งคู่เดินออกจากอาคารไปด้วยกัน
ค่ำคืนของเมืองใหญ่เต็มไปด้วยแสงไฟและความวุ่นวาย
แต่ระหว่างธีร์กับเคนกลับมีความเงียบทอดยาว
เคนเป็นฝ่ายเดินนำ
ธีร์เดินตามห่างประมาณครึ่งก้าวตามเคย
กลางทาง เคนพูดขึ้นโดยไม่หันมามอง
“เธอยังเก็บสมุดภาพเล่มนั้นไว้อยู่ไหม”
ธีร์หยุดเดินกะทันหัน
หัวใจเต้นดังขึ้นมาทันที
เคนหันมายิ้มให้เขา
รอยยิ้มนั้นนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยอะไรบางอย่างที่ธีร์อ่านไม่ออก
“ฉันจำได้นะ” เคนพูดต่อเสียงเบา “ว่าเธอชอบถ่ายรูปฉันตอนที่ไม่ทันระวัง”
ลมเย็นของตอนค่ำพัดผ่านช่องว่างระหว่างทั้งคู่
ธีร์รู้สึกว่ามือตัวเองเย็นชา
เขาไม่ได้ตอบ
และเคนก็ไม่ได้ถามซ้ำ
ทั้งคู่แค่เดินต่อไปข้างหน้า
ท่ามกลางแสงไฟเมืองที่สว่างจ้า
แต่ในใจของธีร์ตอนนี้
กลับมืดและวุ่นวายมากกว่าคืนใด ๆ ในรอบสิบปีที่ผ่านมา
จบตอนที่ 2
